ปกปัก1 2567

ปักษ์ที่1: Soft Power ไทย อย่างไรดี?

ปักษ์ที่ 1/2567

Soft Power ไทย อย่างไรดี?

สำรวจศักยภาพ Soft Power ไทย ตั้งแต่วัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ ไปจนถึงนโยบายรัฐ ในการยกระดับภาพลักษณ์และเศรษฐกิจประเทศ

• เป็นอำนาจที่มองไม่เห็น เป็นอำนาจที่เป็นธรรมชาติ ในลักษณะที่เสมือนว่าเกิดขึ้นเองและมีกระบวนการเข้าถึงและทำให้คนทำตามโดยที่ไม่รู้ตัว บ่อยจนกระทั่งเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตที่ทำไปโดยธรรมชาติ

• ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุนวัฒนธรรมที่มีอยู่ คือจุดเริ่มต้นของซอฟต์พาวเวอร์ไทย แต่ต้นทุนดังกล่าว จำเป็นต้องมีการเข้าไปบริหารจัดการจุดอ่อนต่างๆเพื่อให้สามารถต่อยอดไปสู่ซอฟต์พาวเวอร์ที่แข็งแรงได้ นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลจะต้องนำไปพิจารณาเพื่อหาแนวทางส่งเสริมสนับสนุนต่อไป

(รศ.ดร.จุฑามาศ แก้วพิจิตร)

• ต้องเข้าใจว่าซอฟต์พาวเวอร์คือดีเอ็นเอแต่จะให้คนสัมผัสรับรู้สิ่งนี้อย่างไรบ้าง ดังนั้น กลไกสื่อจะนำสิ่งดีๆ ที่มีอยู่แล้วมาแพร่กระจายหรือจัดการให้เกิดคุณค่า คนท้องถิ่นเกิดความรักและหวนแหนในวัฒนธรรมได้อย่างไร

(รศ.ดร.กุลทิพย์)

• ในกรอบของภาคการท่องเที่ยวการจัดการ ซอฟต์พาวเวอร์ต้องประกอบด้วย 3P ของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กล่าวคือ Products สร้างสรรค์ และต้องพัฒนาสถานที่นั้นให้เป็นสิ่งดูดใจ (Place) โดยกระบวนการกลายเป็นซอฟต์พาวเวอร์ของทุนวัฒนธรรมนั้น จำเป็นต้องใช้กลยุทธ์ทางการตลาดเป็นเครื่องมือในการยกระดับโดยพิจารณาจากกลุ่มเป้าหมาย โดยมีตัวชี้วัดก็คือการมีคนคลั่งไคล้หลงใหล

• ที่ผ่านมาเรารับ global culture รับซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศอื่นมาเยอะ จนไม่เห็นคุณค่าของวัฒนธรรมของเราเอง คนไทยหรือเด็กไทยยังมีความรักชาติในแบบที่เราด่ากันเอง แต่คนอื่นจะมาด่าเราไม่ได้ มีความรักชาติแบบหัวปักหัวปำโดยไม่รู้ราก เช่น เรารู้ว่าอาหารไทยคือความเป็นมิตร มีมนุษยธรรม ขี้สงสารเห็นใจ ร่าเริงสนุกสนาน สบายๆ ไม่ชอบสาระที่เคร่งเครียด ที่กล่าวมานี้ต้องการชี้ให้เห็นว่า จะแก้ปมที่เรายังไม่สามารถยกระดับความเป็นไทยให้เป็นค่านิยมสากลอย่างไร ในขณะที่หลายเรื่องเรายังไปใม่ถึง ไม่ว่าจะเป็นวินัย กฎหมาย นี่คือจุดบอด

(ศ.ดร.เทิดชาย ช่วยบำรุง)

• ตัวอย่างที่ชัดมากคือเรื่องพระปรางค์วัดอรุณฯ ที่ทุกคนเป็นสื่อเองในการถ่ายภาพ คือ ไอศกรีมลายกระเบื้องวัด นักท่องเที่ยวต่างชาติเต็มไปหมดแต่ห้องน้ำมีไม่เพียงพอ เป็นต้น ต่างกันการบริหารจัดการของวัดพระแก้ว ดังนั้น ถ้านักท่องเที่ยวเลิกเห่อก็ไม่มีใครอยากกลับไปอีก

(รศ.ดร.กุลทิพย์ ศาสตระรุจิ)

8