• อย่างไรก็ตาม หากจะหันมาดำเนินนโยบายแบบเจาะจงกลุ่มเป้าหมาย ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะพิจารณาถึงบทเรียนหรือผลการดำเนินนโยบายแบบเจาะจงกลุ่ม เป้าหมายที่ผ่านมา ว่ามีปัญหาที่ต้องแก้ไขในเรื่องใดบ้าง เพื่อให้การดำเนินนโยบายสามารถเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ได้อย่างแท้จริง
• จากข้อสังเกตผนวกกับข้อจำกัดทางงบประมาณประเทศที่มีอยู่ การดำเนินโครงการสวัสดิการสังคมและมาตรการช่วยเหลือในระยะต่อไป คงไม่สามารถหลีกเลี่ยง สามเป็นไปไม่ได้ (Impossible trinity)ของการดำเนินมาตรการช่วยเหลือ ได้แก่ หนึ่ง การช่วยเหลือที่เพียงพอ สอง การช่วยเหลือที่ครอบคลุมแบบถ้วนหน้า และ สาม การช่วยเหลือที่ยาวนาน กล่าวคือ ทั้งสามเป้าหมายในการดำเนินมาตรการไม่สมารถเกิดขึ้นได้พร้อมกันทั้งหมด ผู้กำหนดนโยบายจำเป็นต้องเลือกเป้าหมายได้สูงสุดเพียง 2 ใน 3 เป้าหมายเท่านั้น
• การกลับไปยึดหลักการว่าด้วยเรื่องบทบาทและหน้าที่พื้นฐานของรัฐ จะทำให้เราพิจารณาได้ว่านโยบายที่ออกมาเป็นไปตามหลักการที่เหมาะสมหรือไม่? ยกตัวอย่าง โครงการดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท ซึ่งจะใช้งบประมาณจำนวนมาก แต่อาจไม่ได้เป็นไปตามหลักการว่าด้วยเรื่องบทบาทและหน้าที่พื้นฐานของรัฐที่ควรกระทำ ขณะเดียวกันโครงการสำคัญที่รัฐควรกระทำ เช่น โครงการดูแลเด็กและเยาวชน กลับได้รับการจัดสรรงบประมาณในระดับที่น้อยเกินไป ซึ่งก็เป็นภาพตัวอย่างของความไม่สอดคล้องในการออกแบบนโยบายสาธารณะซึ่งเราคงไม่อยากให้เกิดขึ้น
(ศ.ดร.ศาสตรา สุดสวาสดิ์)

