|
facebook

คุณภาพชีวิตของคนไทย ปี 2555

โดย   สำนักวิจัย สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

บทคัดย่อ
           โครงการวิจัยเรื่อง คุณภาพชีวิตของคนไทย  มีวัตถุประสงค์เพื่อ  1) พัฒนาตัวชี้วัดคุณภาพชีวิตที่สอดคล้องกับบริบทตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550  2) สำรวจคุณภาพชีวิตของคนไทยเป็นรายปี ระหว่างปี 2553-2555   3) เปรียบเทียบคุณภาพชีวิตของคนไทยในภาคต่าง ๆ  และเปรียบเทียบกับคุณภาพชีวิตในช่วงเวลาที่ผ่านมา  และ 4) พัฒนาระบบฐานข้อมูลคุณภาพชีวิตของคนไทย  การศึกษาทำโดยการสุ่มตัวอย่างจากประชาชนอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองและเขตชนบทของจังหวัดที่เป็นตัวอย่างในพื้นที่ 4 ภาค  และกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคละ 3 จังหวัด รวม 15 จังหวัด ได้แก่  กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ  นครปฐม  พระนครศรีอยุธยา  ราชบุรี  ชลบุรี  เชียงใหม่  พิษณุโลก  อุตรดิตถ์  อุบลราชธานี  หนองคาย  นครราชสีมา  นครศรีธรรมราช  สตูล  และชุมพร  ใช้จำนวนตัวอย่างในการศึกษาทั้งสิ้น 4,500 คน

ผลการศึกษา พบว่า

1) ตัวชี้วัดคุณภาพชีวิตของคนไทยที่สอดคล้องกับบริบทตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ได้แก่
   คุณภาพชีวิตด้านการงาน เป็นการวัดความคิดเห็นเกี่ยวกับการประกอบอาชีพของผู้ตอบในระดับความเห็น 5 ระดับ ได้แก่ ใช่มากที่สุด ใช่มาก ใช่ ไม่ใช่ และไม่ใช่ที่สุด ประกอบด้วยข้อคำถาม 8 ข้อ คือ
  1. ท่านยังอยากทำงาน/อาชีพนี้ต่อไปเรื่อยๆ
  2. ท่านคิดว่างาน/อาชีพนี้มีรายได้ที่แน่นอน
  3. ท่านคิดว่างาน/อาชีพนี้เป็นงาน/อาชีพที่มีความมั่นคง
  4. ท่านพึงพอใจกับรายได้ที่ได้รับจากงาน/อาชีพนี้
  5. ท่านเคยประสบอุบัติเหตุ หรือต้องเจ็บป่วยจากการทำงาน/อาชีพนี้อยู่บ่อยๆ
  6. ท่านอยากให้บุตรหลาน หรือสมาชิกอื่นในครอบครัวสืบทอดงาน/อาชีพนี้ต่อไป
  7. ท่านเรียนรู้เทคนิควิธีการใหม่ๆ ในการทำงาน/ประกอบอาชีพนี้อยู่เสมอ เช่น เข้ารับการอบรม หรือได้ไปศึกษาดูงานที่อื่น
  8. ความสัมพันธ์ระหว่างท่านกับเพื่อนร่วมงาน/อาชีพ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจการของท่านเป็นไปด้วยดี
  คุณภาพชีวิตด้านครอบครัว เป็นการวัดความคิดเห็นเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างคนในครอบครัวของผู้ตอบ ในระดับความคิดเห็น 5 ระดับ ได้แก่ เห็นด้วยมากที่สุด เห็นด้วยมาก เห็นด้วยปานกลาง เห็นด้วยน้อย และเห็นด้วยน้อยที่สุด ประกอบด้วยข้อคำถาม 5 ข้อ คือ
  1. เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นในครอบครัวได้มีการปรึกษาหารือเพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกันโดยใช้เหตุผล
  2. เมื่อสมาชิกในครอบครัวเจ็บป่วย มีสมาชิกคนอื่นในครอบครัวคอยดูแลเอาใจใส่ เช่น พาไปหาหมอ ซื้อยามาให้รับประทาน จัดเตรียมอาหารมาให้
  3. สมาชิกในครอบครัวมักจะอยู่พร้อมหน้ากันเสมอในโอกาสสำคัญๆ หรือในเทศกาลต่างๆ
  4. สมาชิกในครอบครัวของท่านช่วยกันประหยัดค่าใช้จ่ายภายในบ้าน หรือช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายภายในบ้าน
  5. สมาชิกในครอบครัวของท่านมีอิสระในการตัดสินใจเรื่องสำคัญๆของตน เช่น การเลือกอาชีพ การเลือกเรียน การเลือกคู่ครอง ด้วยตนเอง
  คุณภาพชีวิตด้านสุขภาพและความเครียด เป็นการวัดจากการมีอาการที่บ่งบอกถึงภาวะความเครียดของผู้ตอบว่ามีหรือไม่มีอาการดังต่อไปนี้ ภายในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ประกอบด้วยข้อคำถาม 7 ข้อ คือ
  1. มีปัญหาเกี่ยวกับการนอนไม่หลับ
  2. รู้สึกเจ็บที่นั่น ปวดที่นี่ โดยไม่ทราบสาเหตุ
  3. อยู่เฉยๆ แล้วรู้สึกใจสั่น หรือหัวใจผิดปกติธรรมดา
  4. มักเบื่ออาหาร หรือทานข้าวไม่ลง เมื่อมีปัญหาที่ท่านแก้ไม่ตก
  5. มีอาการผิดปกติเกี่ยวกับท้อง เช่น ปวดท้อง ท้องเสีย โดยไม่ทราบสาเหตุ หรือไม่ได้เกิดจากอาหารเป็นพิษ
  6. มักมีเรื่องกลุ้มใจ
  7. รู้สึกหงุดหงิด และโกรธง่าย
  คุณภาพชีวิตด้านสิ่งแวดล้อม เป็นการวัดความคิดเห็นเกี่ยวกับการประสบปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อมในแถบละแวกที่พักอาศัยของผู้ตอบ ในระดับความเห็น 3 ระดับ ได้แก่ มีปัญหามาก มีปัญหาน้อย และไม่มีปัญหา ประกอบด้วยข้อคำถาม 9 ข้อ คือ
  1. เสียงจากยานพาหนะ
  2. เสียงรบกวนจากวิทยุ/ทีวี/การทะเลาะเบาะแว้งของชาวบ้าน
  3. แหล่งน้ำใกล้บ้านเน่าเสีย ส่งกลิ่นเหม็น
  4. สถานประกอบการใกล้บ้านปล่อยของเสีย/ส่งกลิ่นเหม็น/ทำเสียงดัง
  5. บริเวณใกล้บ้านมีขยะมูลฝอยรกรุงรัง ส่งกลิ่นเหม็น
  6. ถนนหนทางที่จะเข้าบ้าน  ชำรุด เดินทางลำบาก
  7. อากาศบริเวณบ้านมีฝุ่นละอองหรือควันดำ ทั้งจากรถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์และอื่นๆ
  8. การถูกรบกวนจากสถานเริงรมย์ที่อยู่ใกล้บ้าน
  9. ปัญหาอื่นๆ โปรดระบุ
  คุณภาพชีวิตด้านชีวิตความเป็นอยูประจำวัน  เป็นการวัดความคิดเห็นเกี่ยวกับการได้รับบริการหรือได้รับการดูแลของหน่วยงานภาครัฐด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ในระดับความเห็น 5 ระดับ ได้แก่ เห็นด้วยมาก เห็นด้วย เห็นด้วยบ้าง ไม่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วยอย่างมาก ประกอบด้วยข้อคำถามจำนวน 13 ข้อ คือ
  1. สินค้าประเภทอาหารมีราคาแพง
  2. สินค้าประเภทเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มมีราคาแพง
  3. สินค้าประเภทยารักษาโรคมีราคาแพง
  4. ท่านพอใจกับการให้บริการของสถานีอนามัย/สถานพยาบาลของรัฐ
  5. ค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภค เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าประปา ค่าโทรศัพท์ มีราคาแพง
  6. ท่านพอใจกับการให้บริการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสาธารณูปโภคต่างๆ เช่น การไฟฟ้า การประปา การโทรศัพท์
  7. ค่ารถโดยสารประจำทางหรือรถรับจ้างระหว่างบ้านของท่านไปยังตัวอำเภอ/ตัวจังหวัดมีราคาแพง
  8. เส้นทางการคมนาคมระหว่างบ้านของท่านไปยังตัวอำเภอ/ตัวจังหวัดมีความสะดวก
  9. ละแวกบ้านของท่านมีคนติดยาเสพติด
  10. ละแวกบ้านของท่านมีความปลอดภัย ไม่มีโจรผู้ร้าย
  11. ทุกวันนี้บ้านเมืองมีความสงบสุข ไม่มีปัญหาความขัดแย้ง
  12. ท่านพอใจกับการจัดการศึกษาของโรงเรียน/สถาบันการศึกษาของรัฐ
  13. กระบวนการยุติธรรมของไทยมีความถูกต้องเชื่อถือได้

2) คุณภาพชีวิตของคนไทยที่ได้จากการสำรวจ มีดังนี้
คุณภาพชีวิตด้านการทำงาน  ตัวอย่างส่วนใหญ่มีความพึงพอใจกับคุณภาพชีวิตด้านการทำงานในระดับมาก  คะแนนเฉลี่ยความพึงพอใจของตัวอย่างรวมทั้งประเทศเท่ากับ 7.97 จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน คุณภาพชีวิตด้านครอบครัว  ตัวอย่างส่วนใหญ่มีความพึงพอใจกับคุณภาพชีวิตด้านครอบครัวในระดับมาก  คะแนนเฉลี่ยความพึงพอใจของตัวอย่างรวมทั้งประเทศ เท่ากับ 8.15 จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน คุณภาพชีวิตด้านสุขภาพและความเครียด  ตัวอย่างส่วนใหญ่พึงพอใจกับคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพของตนในระดับมาก คะแนนเฉลี่ยความพึงพอใจของตัวอย่างรวมทั้งประเทศ เท่ากับ 7.51 จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน คุณภาพชีวิตด้านสิ่งแวดล้อม  ตัวอย่างส่วนใหญ่ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม และมีความพึงพอใจในคุณภาพชีวิตด้านสิ่งแวดล้อมในระดับมาก คะแนนเฉลี่ยของความพึงพอใจเท่ากับ 8.03 จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน คุณภาพชีวิตด้านชีวิตความเป็นอยู่ปัจจุบัน  ซึ่งเป็นการวัดความพึงพอใจคุณภาพชีวิตในภาพรวม พบว่า ตัวอย่างมีความพึงพอใจคุณภาพชีวิตในภาพรวมในระดับมาก คะแนนเฉลี่ยความพึงพอใจเท่ากับ 7.79 จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน

3) การเปรียบเทียบคุณภาพชีวิตของคนไทยในภาคต่างๆ พบว่า คุณภาพชีวิตด้านการทำงาน  ตัวอย่างในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีความพึงพอใจกับคุณภาพชีวิตด้านนี้สูงที่สุด  คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 8.17 ในขณะที่ตัวอย่างในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล มีความพึงพอใจด้านนี้ต่ำที่สุด คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 7.71 จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน คุณภาพชีวิตด้านครอบครัว  ตัวอย่างในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีความพึงพอใจกับคุณภาพชีวิตด้านนี้สูงที่สุด คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 8.37 ในขณะที่ตัวอย่างในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล มีความพึงพอใจด้านนี้ต่ำที่สุด  คะแนนเฉลี่ยความพึงพอใจเท่ากับ 7.89 จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน คุณภาพชีวิตด้านสุขภาพและความเครียด  ตัวอย่างในภาคใต้มีความพึงพอใจกับคุณภาพชีวิตด้านนี้สูงที่สุด คะแนนเฉลี่ยความพึงพอใจเท่ากับ 8.01 ในขณะที่ตัวอย่างในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล มีความพึงพอใจด้านนี้ต่ำที่สุด คะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 6.91 จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน คุณภาพชีวิตด้านสิ่งแวดล้อม  ตัวอย่างในภาคใต้มีความพึงพอใจคุณภาพชีวิตด้านนี้สูงที่สุด คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 8.29 ในขณะที่ตัวอย่างในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลมีความพึงพอใจด้านนี้ต่ำที่สุด คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 7.72 จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน คุณภาพชีวิตด้านชีวิตความเป็นอยู่ปัจจุบัน  ซึ่งเป็นการวัดความพึงพอใจคุณภาพชีวิตในภาพรวม พบว่า ตัวอย่างในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีความพึงพอใจคุณภาพชีวิตในภาพรวมสูงที่สุด คะแนนเฉลี่ยความพึงพอใจเท่ากับ 8.00 ในขณะที่ตัวอย่างในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล มีความพึงพอใจด้านนี้ต่ำที่สุด คะแนนเฉลี่ย 7.54  จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน
   การเปรียบเทียบคุณภาพชีวิตในช่วงระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา พบว่า ตัวอย่างประมาณครึ่งหนึ่งคือร้อยละ 52.1 เห็นว่าคุณภาพชีวิตยังเหมือนเดิม ในขณะที่อีกร้อยละ 27.8 เห็นว่าดีขึ้น และอีกร้อยละ 20.1 เห็นว่าแย่ลง

4) การพัฒนาระบบฐานข้อมูลคุณภาพชีวิตของคนไทย ระบบฐานข้อมูลคุณภาพชีวิตของคนไทย ได้มีการพัฒนารูปแบบรายการข้อมูลต่างๆ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถสืบค้นข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้สะดวกขึ้น รวมทั้งได้มีการปรับปรุงข้อมูลผลการศึกษาที่บันทึกไว้ ให้มีความครบถ้วน ทันสมัย  ทั้งในส่วนของข้อมูลดิบ (raw data) รายงานผลการศึกษา และบทความวิจัยที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผู้สนใจสามารถสืบค้นได้จากเว็บไซท์ http://qol.nida.ac.th  

Attachments:
Download this file (Thais' Quality of Life in Year 2555.pdf)Thais' Quality of Life in Year 2555.pdf[ ]4781 Kb